7 สิ่งที่ Content Creator สาย E-Commerce ในระดับเริ่มต้นควรเข้าใจเพื่อผลิตคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์ธุรกิจมากขึ้น ซึ่งในเนื้อหานี้จะเป็นประสบการณ์ของตัวผมเองในการทำคอนเทนต์เพื่อตอบโจทย์ในแต่ละธุรกิจ 

ตอนเริ่มต้นทำคอนเทนต์ของหลายคนนั้น ผมคิดว่าจะมีสิ่งหนึ่งที่เราเหมือนกันคือ เราหลงทางง่าย หรือที่เกิดบ่อยคือเขียนแค่ตามที่ตัวเองเข้าใจเพื่อให้งานออกมา โดยไม่ได้โฟกัสเลยว่า สิ่งที่เราผลิตออกมาสามารถตอบโจทย์ธุรกิจได้มากน้อยแค่ไหน เดี๋ยวเราไปดูรายละเอียดจากคอนเทนต์นี้กันครับ

7 สิ่งที่ Content Creator สาย E-Commerce ในระดับเริ่มต้นต้องรู้เพื่อผลิตคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์ธุรกิจมากขึ้น

1. ต้องรู้ว่าคอนเทนต์แต่ละแบบมีหน้าที่แตกต่างกันนะ และกำหนดให้ชัดก่อนที่จะผลิตคอนเทนต์นั้นออกมา (ข้อนี้ยาวหน่อยนะ มี Case Study ให้)

ในคอนเทนต์แต่ละอย่างที่ผลิตออกมานั้นจะมีหน้าที่แตกต่างกันในการสื่อสารนะ เช่น การแนะนำสินค้าให้เข้าใจ, การรีวิวให้เห็นรายละเอียดของสินค้าและการใช้งานจริง, คอนเทนต์เพื่อเน้นการขาย แต่ละคอนเทนต์นั้นจะมีการเขียนที่แตกต่างกันออกไป และลักษณะในการใช้คำหรืออธิบายก็ค่อนข้างจะแตกต่างกันด้วย เพราะว่าคอนเทนต์พวกนี้ทำหน้าที่แตกต่างกัน

ซึ่งสิ่งที่ผมเจอมาบ่อยมากก็คือตอนที่เป็นคนเริ่มต้นทำคอนเทนต์ เราแทบจะไม่สังเกตเลยว่าคอนเทนต์มันทำหน้าที่ต่างกัน คือเราขอแค่ทำออกมาให้มันน่าสนใจ หรือคาดหวังแค่มีคน Engagement ใน Content เราก็พอ ซึ่งผมบอกเลยว่ามันอาจจะดีในฐานะที่เราเป็นคนทำคอนเทนต์ แต่ในด้านธุรกิจ มันอาจจะสื่อสารได้ไม่ตรงกับสิ่งที่องค์กร หรือธุรกิจอยากจะไปก็ได้

ผมยกตัวอย่าง มีคอนเทนต์ที่ผมเคยทำให้บริษัทนึง เป็นการรีวิวเพื่อให้คนเข้าใจในข้อดีของสินค้านั้นมากขึ้น ซึ่งสินค้านั้นมันไม่ใช่ของประเภทตัดสินใจได้ทันที เพราะราคาสินค้าสูง และต้องการความเข้าใจของคนซื้อที่มากขึ้นด้วย ลองคิดดูว่าถ้าคุณเป็นลูกค้า คงไม่มึน ๆ ซื้อของราคาแพงแบบที่ไม่ได้รู้จักมันแล้วไม่ได้พิจารณาก่อนซื้อด้วย เป็นไปได้ยากมาก

ผลที่เกิดขึ้นคือ ฝั่งคนทำก็ทำรีวิวออกมาทำแบบละเอียดยิบเลย คือคนอ่านต้องตีความเยอะ พิจารณาเยอะ คิดเยอะ คนจะซื้อก็มีชั่งใจหรือต้องเรียนรู้กับมันประมาณนึงเลยแหละ แต่สิ่งที่บริษัทถามกลับทีมงานก็คือ “ทำไมคอนเทนต์รีวิวออกมาแล้วขายไม่ได้?”

กลายเป็นคนทำคอนเทนต์ก็รู้สึกแย่ เพราะกลายเป็นคิดว่าคอนเทนต์ตัวเองทำไม่ดีเลยขายไม่ได้ คนสั่งก็อาจจะรู้สึกว่าทีมงานน่าจะทำได้ดีกว่านี้เพราะควรจะทำออกมาแล้วขายได้เลย

เอาจริงเราย้อนกลับมามองกันก่อน ว่าคอนเทนต์แต่ละแบบมีหน้าที่ต่างกัน คือถ้าคอนเทนต์เน้นขาย ก็ควรจะเน้นเจาะรายละเอียดที่จุดเด่น เน้นความเข้าใจแบบสั้น ๆ ไม่ต้องให้คนอ่านคิดเยอะแล้วลงท้ายด้วยการซื้อหรือว่าราคา

หรือคอนเทนต์รีวิวเน้นความเข้าใจที่ตัวอย่างเมื่อครู่ทำกันดีแล้ว แต่ไม่ใช่ไปถามทีมงานว่าทำไมรีวิวออกมาแล้วขายไม่ได้ เพราะการขายได้มันขึ้นอยู่กับ เวลา, ความเข้าใจลูกค้า, ความต้องการลูกค้า, และราคาด้วย

ดังนั้นไม่ว่าคุณจะอยู่ในตำแหน่งคนทำคอนเทนต์หรือคนสั่งงานคนทำคอนเทนต์ ก็ต้องเข้าใจว่าคอนเทนต์แต่ละประเภทมีหน้าที่แตกต่างกัน ควรเข้าใจให้ละเอียด และกำหนดออกมาให้มีความชัดเจนก่อนทำครับ จะได้ไม่ทำคอนเทนต์อีกอย่างแต่เรียกหาการวัดผลอีกอย่าง

2. ควรรู้ว่าลูกค้าหลักหรือคนที่เราคาดหวังจะเป็นลูกค้าต้องการข้อมูลประเภทไหนในสินค้าตัวนั้น

อีกเรื่องนึงที่ควรเข้าใจคือ คนเขียนคอนเทนต์ควรรู้นะ ว่าลูกค้าหลักหรือคนที่เราอยากจะให้เขามาเป็นลูกค้าเรา เขาต้องการคอนเทนต์แบบไหน ยกตัวอย่างกล้องเหมือนเดิม (เพราะทำมาเยอะ ฮ่า ๆ) เช่น เรากำลังจะเน้นขายกล้องตัวนึง เชื่อไหมว่าคนซื้อกล้องก็ต้องการรู้ว่าถ่ายภาพออกมาสวยมากน้อยแค่ไหน หรือมันมีจุดเด่นในการถ่ายภาพยังไง

ทีนี้ถ้าเราไม่ได้สนใจว่าลูกค้าอยากรู้เรื่องพวกนั้น ไปเน้นนำเสนอ เรื่องการออกแบบ ใส่สเปคกล้องไปซะเต็มเอี๊ยด แต่ไม่ได้นำเสนอเลยว่ากล้องตัวนั้นถ่ายสวยมากแค่ไหน ลูกค้าเอาไปถ่ายแล้วจะได้ภาพยังไง ใช้แล้วมันดียังไงบ้าง ทำให้ลูกค้าอาจจะได้ข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจมาส่วนเดียว ซึ่งไม่ใช่ส่วนหลัก ก็ทำให้ลูกค้ามีโอกาสหลุดไปอ่านคอนเทนต์บริษัทคนอื่น เผลอ ๆ อาจจะซื้อกับบริษัทคู่แข่งเราก็ได้นะ เพราะข้อมูลเขาตรงสิ่งที่ต้องการมากกว่า และให้ข้อมูลได้ดีกว่าก็ได้

3. ควรผลิตเนื้อหาให้กลุ่มเป้าหมายและลูกค้านั้นสามารถเข้าใจได้ง่าย และตัดสินใจเพื่อซื้อให้ได้ง่ายที่สุด

เนื้อหาละเอียดนั้นดีครับ แต่ควรจะทำให้ลูกค้าเข้าใจง่ายด้วย ยกตัวอย่างสินค้าประเภท Gadget, IT มักจะมีเรื่องของสเปคที่เป็นศัพท์เฉพาะด้าน เราควรเอาคำพูดเฉพาะด้านที่มันดูเข้าใจยากมาอธิบายใหม่ให้เขาเข้าใจได้ง่าย เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องสับสน และรู้สึกว่าเนื้อหาเราอ่านแล้วต้องมาตีความใหม่ ยิ่งเขาเข้าใจได้ง่าย โอกาสท่ีคอนเทนต์จะทำหน้าที่ได้เต็มประสิทธิภาพก็ยิ่งสูงมากขึ้น ไม่มีใครอยากเสียเวลาอ่านคำอธิบายยาก ๆ หรอก แม้แต่ตัวเราเองก็เหมือนกันนั่นแหละ

4. คอนเทนต์ที่ผลิตออกมาต้องตอบโจย์ Objective ของทีมงาน แผนก หรือว่าบริษัทด้วย

แน่นอนว่าแม้เราจะรู้แล้วเรื่องของ Content ที่มันทำหน้าที่แตกต่างกัน แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะทำคอนเทนต์ยังไงก็ได้โดยที่ไม่ได้สนใจว่าทีมงานเราจะวิ่งไปทางไหน ประเด็นนี้ค่อย ๆ ฟังผมอธิบายนะ เพราะว่าสำคัญ 

ถ้าทีมงานต้องการคอนเทนต์เพื่อสร้างความเข้าใจให้ลูกค้า อาจเพราะสินค้าเพิ่งผลิตออกมาใหม่ และยังไม่มีข้อมูลให้ลูกค้าได้ตัดสินใจซื้อเพียงพอ เราก็ควรให้ความสำคัญกับการผลิตคอนเทนต์เพื่อตอบโจทย์ตรงนั้นให้ได้มากที่สุดก่อนคอนเทนต์ประเภทอื่น

ถ้าช่วงนั้นเน้นขาย คอนเทนต์ที่ทำออกมา ก็ควรจะตอบโจทย์การขายมากขึ้น (แต่คุณก็ควรดูภาพรวมนะ ว่าลูกค้ามีข้อมูลที่ต้องการครบหรือยัง ทั้งด้านตัวสินค้า และการให้บริการ ไม่งั้นเน้นคอนเทนต์ขายไปก็ขายไม่ออก ถ้าลูกค้าไม่ได้ข้อมูลที่ดีและเพียงพอ)

5. เราควรมีมุมมองเดียวกับลูกค้า เพื่อผลิตคอนเทนต์ให้ตรงกับความต้องการเขามากที่สุด ระมัดระวังการคิดเข้าข้างตัวเอง

อันนี้เป็นประเด็นที่หลายบริษัทที่ผมเจอมาเองจะพลาดกันบ่อย ๆ คือ เน้นอธิบายคอนเทนต์ตามมุมมองของบริษัทเอง หรือทีมงานเอง เช่น สินค้านี้ดีมาก ๆ ดีที่สุด, ใช้แล้วยอดเยี่ยม คือสิ่งที่ทุกคนต้องการอะไรแบบนั้น (มันจะหนักไปทางอวยสินค้าตัวเองหนัก ๆ เลย)

ซึ่งลูกค้าเวลาอ่านอ่ะ เขาเอาข้อมูลไปเปรียบเทียบกับตัวเขาเอง ซึ่งถ้าคุณมองข้ามกฎเกณฑ์เรื่องของการทำคอนเทนต์ไม่ได้ดูมุมลูกค้าเลย แล้วลูกค้ารู้ว่าคุณอวยเกิน หรือพูดสินค้าเข้าข้างตัวเองจนไม่สนใจเขาเลย มันก็ไม่แปลกนะที่เขาจะไม่สนใจแล้วไปถามคนอื่นแทน เพราะงั้น ควรทำคอนเทนต์ในมุมมองเดียวกับเขาด้วย (เชื่อเถอะ ถ้าจะแอบเชียร์สินค้า ลูกค้ายอมรับได้ แต่มันควรจะเป็นมุมมองเดียวกับเขาไง)

6. ใส่ใจเรื่องภาพประกอบให้มาก เพราะช่วยลูกค้าในการตีความเนื้อหาของเราได้รวดเร็วมากขึ้น

ภาพประกอบสำคัญนะ เพราะมันทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์เดียวกันกับสิ่งที่เรากำลังนำเสนอ ยิ่งสินค้าคุณมีวิธีใช้มันยาก ๆ หน่อย เป็นของใหม่ในตลาด ยิ่งจำเป็นต้องใช้ภาพประกอบเลย

นอกจากนี้ถ้าหากว่าใช้วิดีโอได้ยิ่งดี ซึ่งคุณไม่ควรมองข้ามเรื่องเหล่านี้เลยแหละ นึกภาพเวลาคุณไปสั่งซื้อของที่ Lazada หรือ Shopee แล้วไม่มีภาพประกอบที่ทำให้คุณมั่นใจได้เลย คุณจะซื้อไหมล่ะ มันก็ยากนะ

7. เตือนตัวเองเสมอว่า อย่าผลิตคอนเทนต์ให้มันจบ ๆ ไป เพื่อตัวคุณและความก้าวหน้าของคุณเอง

อันนี้ขอเตือนสายปั่นคอนเทนต์ อย่าทำให้มันแบบ แค่ขอให้มันจบหรือออกมาก็พอ อย่าทำเลย เพราะมันกระทบทั้งคุณภาพงานคุณเอง และพัฒนาการของทักษะในการทำงานคุณด้วย โดยเฉพาะถ้าเนื้อหามันออกมาแป้กแล้วโดนคนคอมเมนต์บ่นที่หน้าเพจ คงรู้สึกแย่เข้าไปอีก

ดังนั้นการทำคอนเทนต์ควรเอากลุ่มเป้าหมาย เอาความต้องการของลูกค้าเป็นที่ตั้งว่าเขาต้องการอะไร แล้วสื่อสารออกมาตรงนั้นให้ได้ครับ

117 Shares:
Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You May Also Like
Read More

7 วิธีเขียนคอนเทนต์ให้มีคนอ่าน สำหรับมือใหม่ระดับเริ่มต้น สามารถทำตามได้ทันที

สิ่งที่มือใหม่หลายคนคาดหวังหลังจากที่เริ่มทำคอนเทนต์ไปแล้วก็คือ การที่กลุ่มเป้าหมายของเราอ่านคอนเทนต์ที่เราทำออกมานั่นแหละครับ
Read More

7 ไอเดียทำคอนเทนต์ ง่าย ๆ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น ให้สามารถเริ่มต้นทำคอนเทนต์ได้เอง

7 ไอเดียทำคอนเทนต์ ง่าย ๆ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น ให้สามารถเริ่มต้นทำคอนเทนต์ได้เอง สิ่งที่เรียกว่าคอนเทนต์หรือส่วนใหญ่ในเวลานี้ก็จะเป็นบทความเป็นส่วนใหญ่ (เอาจริง ๆ วิดีโอก็ได้แหละ) ซึ่งหลายคนจะติดตรงเรื่องของไอเดียในการทำคอนเทนต์เนี่ยแหละ ว่าจะทำออกมาหัวข้ออะไรดี และเป็นแนวไหนดีนะ ในวันนี้ก็เลยจะมาแนะนำแนวทางหรือไอเดียในการทำคอนเทนต์แบบง่าย ๆ ให้ได้ลองเริ่มต้นกันครับ